ผลตรวจสุขภาพ 26 ส.ค. 2569

เรื่องหลักคือ ภาวะโลหิตจาง
รองลงมาคือ น้ำหนักเกินและน้ำตาลเริ่มสูง

ตับ ไต ไขมัน และเอกซเรย์ทรวงอกปกติดี · แพทย์นัดตรวจติดตามภาวะโลหิตจาง

Hb
10.9
ผิดปกติ
BMI
28.72
ผิดปกติ
FBS
103
เฝ้าระวัง
GFR
110.3
ปกติ

ผลตรวจทั้งหมด

ร่างกาย

ดัชนีมวลกาย (BMI)
ค่าปกติ 18.5–22.9

อยู่ในเกณฑ์อ้วน น้ำหนัก 83 กก. สูง 170 ซม. (น้ำหนักที่เหมาะสม 53.5–66.2 กก.)

28.72
ผิดปกติ
รอบเอว
ค่าปกติ < 85

เกินเกณฑ์ บ่งชี้ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง

97 ซม.
ผิดปกติ
ความดัน / ชีพจร

ความดันโลหิตปกติ

110/74 · 80
ปกติ

เม็ดเลือด

ฮีโมโกลบิน (Hb)
ค่าปกติ > 12 g/dl

ต่ำกว่าเกณฑ์ เข้าได้กับภาวะโลหิตจาง

10.9
ผิดปกติ
ฮีมาโทคริต (Hct)
ค่าปกติ > 36%

ต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย

35
ผิดปกติ
เม็ดเลือดขาว
ค่าปกติ 4,000–10,000

ปกติ สัดส่วนชนิดต่างๆ ปกติ

7,980
ปกติ
เกล็ดเลือด
ค่าปกติ 150,000–500,000

ปกติ

363,000
ปกติ

น้ำตาล

น้ำตาลในเลือด (FBS)
ค่าปกติ 74–106

ยังอยู่ในช่วงอ้างอิงแต่เกือบชนขอบบน แพทย์ระบุว่าเริ่มสูงเล็กน้อย

103
เฝ้าระวัง

ไขมัน

คอเลสเตอรอล
ค่าปกติ 150–200

ปกติ

181
ปกติ
ไตรกลีเซอไรด์
ค่าปกติ 35–150

ปกติ

78
ปกติ

ตับ / ไต

SGOT / SGPT
ค่าปกติ < 37 / < 41

ตับปกติ

24 / 26
ปกติ
BUN / Creatinine / GFR
ค่าปกติ GFR > 60

ไตปกติดี

12 / 0.70 / 110.3
ปกติ
กรดยูริก
ค่าปกติ 2.6–7.2

ปกติ

5.0
ปกติ

ปัสสาวะ

เม็ดเลือดแดง
ค่าปกติ 0–2 cell/HPF

พบเล็กน้อย และโปรตีนเป็น trace อาจปนเปื้อน (เซลล์เยื่อบุผิว 20–30) ควรตรวจซ้ำ

5–10
เฝ้าระวัง

อื่นๆ

เอกซเรย์ทรวงอก
ปกติ
ปกติ

HDL และ LDL ไม่ได้ตรวจในครั้งนี้ (N/A) · ไวรัสตับอักเสบ เอ/บี และคลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่ได้ตรวจ

สิ่งที่ควรทำ

  1. 1
    หาสาเหตุของโลหิตจางก่อน

    ภาวะโลหิตจางมีหลายสาเหตุ เช่น ขาดธาตุเหล็ก หรือธาลัสซีเมีย แต่ละแบบแก้ไม่เหมือนกัน ควรให้แพทย์ตรวจยืนยัน

  2. 2
    อย่าซื้อยาธาตุเหล็กกินเอง

    ถ้าเป็นธาลัสซีเมีย การกินธาตุเหล็กเพิ่มอาจทำให้เหล็กสะสมเกิน ให้กินตามแพทย์สั่งหลังตรวจแล้ว

  3. 3
    กินอาหารที่มีธาตุเหล็กคู่กับวิตามินซี

    เนื้อแดงไม่ติดมัน ตับไก่ ไข่แดง ผักใบเขียวเข้ม กินกับส้ม ฝรั่ง มะละกอ ช่วยดูดซึมดีขึ้น

  4. 4
    เลี่ยงชา กาแฟ นมกับมื้ออาหารหลัก

    สารในชา กาแฟ และแคลเซียมลดการดูดซึมธาตุเหล็ก เว้นห่างจากมื้ออาหารประมาณ 1–2 ชั่วโมง

  5. 5
    ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป

    เป้าแรก 5–10% (ประมาณ 4–8 กก.) ใน 3–6 เดือน ช่วยทั้งน้ำตาลและรอบเอว

  6. 6
    คุมน้ำตาลและแป้งขัดขาว

    ตัดน้ำหวาน ชานม น้ำผลไม้ ลดข้าวขาว ขนมหวาน ผลไม้หวานจัด

  7. 7
    ตรวจน้ำตาลในเลือดปีละ 1 ครั้ง

    ตามที่แพทย์แนะนำ และไปตามนัดตรวจโลหิตจาง

แผนอาหาร

เน้น ธาตุเหล็ก + วิตามินซี และคุมน้ำตาล/แป้ง กิน 3 มื้อสม่ำเสมอ ไม่อดมื้อใดมื้อหนึ่ง

ผัก ½ จาน
โปรตีน ¼
ข้าว/แป้ง ¼

มื้อเช้า

  • ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักลวก และส้มหรือฝรั่ง 1 ผล
  • ข้าวต้มหรือโจ๊กตับไก่/เนื้อสับ เพิ่มผัก ไม่ใส่น้ำตาล
  • ขนมปังโฮลวีทกับไข่และผักโขม

มื้อกลางวัน

  • ข้าวกล้อง ½–1 ทัพพี กับผัดเนื้อใส่ผักคะน้าหรือบรอกโคลี
  • ต้มจืดตำลึงหมูสับ หรือแกงเลียงใส่ตับ
  • ส้มตำไม่หวาน กับไก่ย่างไม่เอาหนัง (กินพร้อมผักสด)
  • ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เพิ่มผัก ไม่เติมน้ำตาล

มื้อเย็น

เบา กินก่อนนอน 3 ชั่วโมงขึ้นไป
  • ปลานึ่งหรือย่าง กับผักเยอะๆ ข้าวน้อย
  • เต้าหู้ผัดผัก หรือแกงจืดเต้าหู้ผักโขม
  • ยำเนื้อย่างใส่ผักสด ไม่หวาน

ของว่าง

ถ้าหิว
  • ถั่วลิสงหรือเมล็ดฟักทองอบ 1 กำมือ (มีธาตุเหล็ก)
  • ส้ม ฝรั่ง หรือแอปเปิ้ล วันละ 1–2 กำปั้น

เลือกกิน

  • น้ำเปล่าวันละ 2 ลิตร
  • เนื้อแดงไม่ติดมัน ตับไก่ ไข่ ปลา เต้าหู้ ถั่ว
  • ผักใบเขียวเข้ม ผลไม้เปรี้ยว (ส้ม ฝรั่ง)

ลด/เลี่ยง

  • ชานม น้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง กาแฟหวาน
  • ชา/กาแฟตอนกินข้าว (ลดการดูดซึมเหล็ก)
  • ของทอด ขนมหวาน เบเกอรี่ ข้าวขาวปริมาณมาก

แผนออกกำลังกาย

เป้าหมาย: คาร์ดิโอ 150 นาที/สัปดาห์ + เวทเบาๆ 2 วัน เพราะยังมีภาวะโลหิตจาง ให้เริ่มเบา ๆ เพิ่มทีละน้อย และฟังร่างกายตัวเอง

จันทร์เดินเร็ว 30 นาที
อังคารเวทเทรนนิ่งเบาๆ 25–30 นาที
พุธเดินเร็วหรือปั่นจักรยาน 30 นาที
พฤหัสเวทเทรนนิ่งเบาๆ 25–30 นาที
ศุกร์เดินเร็วหรือว่ายน้ำ 30–40 นาที
เสาร์กิจกรรมเบาๆ ที่ชอบ เดินเที่ยว
อาทิตย์พัก หรือยืดเหยียด

ค่อยๆ เพิ่ม

สัปดาห์ 1–2
เดินวันละ 15–20 นาที 4–5 วัน ความหนักที่พูดคุยได้สบาย
สัปดาห์ 3–4
เดินเพิ่มเป็น 30 นาที เริ่มเวทเบาๆ 2 วัน (สควอทกับเก้าอี้ วิดพื้นกับผนัง)
เดือนที่ 2+
เพิ่มความเร็วหรือเวลาทีละนิด ถ้าไม่เหนื่อยผิดปกติ
  • • อบอุ่นร่างกาย 5 นาที ยืดเหยียดหลังออกกำลัง ลุกเดินทุก 1 ชั่วโมง
  • ถ้าหน้ามืด ใจสั่น หอบเหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือเจ็บหน้าอก ให้หยุดและพบแพทย์

ควรไปตรวจเพิ่ม

ไปตามนัดแพทย์เพื่อติดตามภาวะโลหิตจาง
ตรวจหาสาเหตุ เช่น ระดับธาตุเหล็ก/เฟอริติน และชนิดฮีโมโกลบิน (ธาลัสซีเมีย)
ตรวจปัสสาวะซ้ำ เพราะพบเม็ดเลือดแดงเล็กน้อย
ตรวจน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (ควรตรวจ HbA1c ร่วมด้วย)
ตรวจไขมัน HDL/LDL ซึ่งยังไม่ได้ตรวจในครั้งนี้

ปรับพฤติกรรมต่อเนื่อง 3 เดือน แล้วตรวจซ้ำ จะเห็นทั้งน้ำหนัก รอบเอว และน้ำตาลดีขึ้น ส่วนโลหิตจางให้ทำตามที่แพทย์วินิจฉัย